ดินมีบัฟเฟอร์ pH ได้อย่างไร

“บัฟเฟอร์ pH ของดิน” หมายถึง ความสามารถของดินในการต้านทานการเปลี่ยนแปลงค่า pH แม้จะมีกรดหรือด่างเติมลงไป

กลไกที่ทำให้ดินมีบัฟเฟอร์ pH

1. คอลลอยด์ดิน (ดินเหนียว + ฮิวมัส)

• อนุภาคคอลลอยด์มีประจุลบ จับกับแคตไอออน (Ca²⁺, Mg²⁺, K⁺, H⁺, Al³⁺)

• เวลามีกรด/ด่างเข้าสู่ดิน ดินจะ แลกเปลี่ยนประจุ ช่วยดูดซับ H⁺ หรือ OH⁻ ไว้ ทำให้ pH ไม่แกว่งเร็ว

2. อินทรียวัตถุ (Organic matter)

• กลุ่มกรดคาร์บอกซิล (-COOH) และฟีนอลิก (-OH) ในอินทรียวัตถุ สามารถรับ–ปล่อย H⁺ ได้

• ทำให้ดินอินทรีย์สูง (เช่น ดินร่วนดำ) มีบัฟเฟอร์ดีกว่าดินทราย

3. คาร์บอเนต (Carbonate) และแร่ธาตุในดิน

• ดินที่มีแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO₃) หรือโดโลไมต์ (CaMg(CO₃)₂) จะต้านการเป็นกรดได้ดี

• เพราะ CaCO₃ + H⁺ Ca²⁺ + HCO₃⁻ ลดความเป็นกรด

4. แร่ดินเหนียว (Clay minerals)

• แร่กลุ่ม smectite, vermiculite มี CEC (ความสามารถแลกเปลี่ยนประจุ) สูง บัฟเฟอร์เก่ง

• ดินทรายมีแร่ดินเหนียวน้อย pH เปลี่ยนง่าย

5. ไอออนอะลูมิเนียม (Al³⁺) และเหล็ก (Fe³⁺) ในดินกรด

• Al³⁺ จะทำปฏิกิริยากับน้ำ ปล่อย H⁺ ช้า ๆ ทำให้ดินคงความเป็นกรด

• นี่คือสาเหตุที่ดินกรดจัด (pH < 5) แก้ไขยาก ต้องใช้ปูนมาก

ตัวอย่างเปรียบเทียบ

• ดินทราย (อินทรียวัตถุต่ำ, CEC ต่ำ) pH เปลี่ยนง่าย ใส่ปุ๋ยนิดเดียว pH แกว่งแรง

• ดินเหนียว/ดินร่วน (มีฮิวมัส + CEC สูง) pH คงที่กว่า ต้องใส่กรด/ด่างมากกว่าจะเปลี่ยน

สรุปสั้น ๆ

ดินมีบัฟเฟอร์ pH เพราะ คอลลอยด์ดินและอินทรียวัตถุ จับแลกเปลี่ยน H⁺/OH⁻ แร่คาร์บอเนต ต้านกรด แร่ดินเหนียว เก็บประจุ Al³⁺, Fe³⁺ → ปล่อย H⁺ คงความเป็นกรด

6 @สงวนสิขสิทธิ์โดย สวนมะนาวท้ายไร่ จังหวัดพิจิตร