ธาตุแมงกานีสในดิน

ธาตุ แมงกานีส (Mn) เป็นธาตุอาหารรองที่มัก “มีอยู่มาก” ในดิน แต่ไม่ใช่ว่าพืชจะใช้ได้เสมอไปครับ โดยเฉพาะมะนาวและไม้ผล จะตอบสนองชัดเจนถ้าดินขาดสมดุล

บทบาทของแมงกานีสในพืช

• ช่วยใน การสังเคราะห์แสง (เกี่ยวข้องกับการแยกน้ำในกระบวนการโฟโตซิสเทม II)

• เป็นโคแฟกเตอร์ของเอนไซม์หลายชนิด เร่งการสร้างโปรตีนและสารป้องกันโรค

• ช่วย การสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ใบเขียวเข้มขึ้น

• เสริมความแข็งแรงให้กับ ผนังเซลล์และระบบราก

สถานะของ Mn ในดิน

แมงกานีสในดินมีหลายรูป (valence states) แต่พืชดูดได้ดีสุดคือ Mn²⁺ ที่ละลายน้ำอยู่ในสารละลายดิน

ปัจจัย ผลต่อแมงกานีส
pH ดิน - ดินกรด (pH 5–6) Mn ละลายได้มาก
- ดินด่าง (pH > 7) Mn ตกตะกอนเป็น MnO₂ ใช้ไม่ได้
อินทรียวัตถุสูง จับ Mn ไว้ในรูปเชิงซ้อน (complex) ลดการละลาย
การระบายน้ำ ดินชื้นเกิน/น้ำขัง Mn ถูกรีดิวซ์ละลายมากเกิน = พิษแมงกานีส
ออกซิเจนในดิน ดินโปร่ง อากาศถ่ายเทดี Mn อยู่ในรูปออกไซด์ที่ไม่ละลายมากนัก

อาการขาด Mn ในมะนาว

• ใบอ่อนแสดงอาการ คลอโรซิสระหว่างเส้นใบ (เส้นใบเขียว แผ่นใบเหลือง)

• ใบเล็ก เหี่ยวซีด โตช้า

• ลดการสังเคราะห์แสง ดอก–ผลน้อย

อาการพิษ Mn

• พบในดินกรดจัดมาก (pH < 5)

• ใบมี จุดสีน้ำตาล–ดำเล็ก ๆ กระจาย คล้ายจุดไหม้

• รากแคระแกร็น

แนวทางจัดการ

• ปรับ pH ดิน ให้อยู่ในช่วง 5.5–6.5

• ถ้าดินเป็นด่าง → ใช้ MnSO₄ (แมงกานีสซัลเฟต) ใส่ดินหรือพ่นทางใบ

• ถ้าดินกรดจัด → ใส่ปูนโดโลไมท์/ปูนขาว เพื่อลด Mn ที่ละลายเกิน

• เพิ่มอินทรียวัตถุพอเหมาะ เพื่อควบคุมสมดุล Mn

• ใช้การ พ่นทางใบ (MnSO₄ 0.2–0.5%) เมื่อใบอ่อนซีดเป็นลาย

8 @สงวนสิขสิทธิ์โดย สวนมะนาวท้ายไร่ จังหวัดพิจิตร